เปิดตำนาน “วันวาเลนไทน์” เมื่อจุดเริ่มต้นที่แท้จริงไม่ได้มาจาก “ดอกกุหลาบ”

By | มีนาคม 30, 2018

วันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก ที่ผู้คน ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะหนุ่มสาว จะถือเป็นวาระพิเศษ ที่จะแสดงความรักแก่กัน โดยมากก็จะเป็นการมอบของขวัญ การไปทานอาหารมื้อพิเศษ หรือมอบดอกไม้ ซึ่งดอกไม้ยอดนิยม ก็จะเป็นดอกกุหลาบ

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า จริง ๆ แล้ว ดอกไม้ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของวาเลนไทน์ คือ ดอกอัลมอนด์สีชมพู ไม่ใช่ดอกกุหลาบ ตามที่หลายคนเข้าใจ

ตำนานเล่าว่า วันวาเลนไทน์ กำเนิดขึ้นมาในกรุงโรม หรืออาณาจักรโรมัน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ในช่วงยุคของจักรพรรดิคลอดิอุส ที่สอง ซึ่งมีนิสัยชอบข่มเหงรังแกผู้อื่น บังคับให้ชาวโรมันทุกคนต้องสักการะพระเจ้าทั้ง 12 องค์ และห้ามไม่ให้เกี่ยวข้องกับพวกคริสเตียน ใครคิดต่อต้านจะได้รับทำโทษอย่างหนัก แต่มีนักบุญผู้หนึ่งที่ชื่อว่า วาเลนตินุส (Valentinus) เขามีเลื่อมใสศรัทธาต่อพระคริสต์เป็นอย่างมาก จนการได้รับการยกย่องเป็น เซนต์ วาเลนไทน์ ในภายหลัง ซึ่งมักจะคอยลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียน จนตัวเองถูกจับขังและรับโทษทรมานแสนสาหัสอยู่ในคุก

ขณะที่กำลังถูกคุมขังอยู่นั้น ผู้คุมขังได้ร้องขอให้วาเลนตินุสช่วยสอนจูเลียผู้เป็นลูกสาวที่ตาบอดตั้งแต่เกิด แม้ว่าจูเลียจะเป็นหญิงงาม แต่ก็อาภัพมองไม่เห็น วาเลนตินุสจึงได้สอนประวัติศาสตร์ สอนการคิดคำนวณ และเล่าเรื่องพระเจ้าให้เธอฟัง ด้วยความฉลาดของจูเลีย เธอจึงสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ได้อย่างถ่องแท้ และเธอก็รู้สึกเชื่อใจในตัววาเลนตินุส และมีความสุขอย่างมากเมื่ออยู่กับเขา

วันหนึ่ง จูเลียเอ่ยถามวาเลนตินุสว่า “หากเราอธิษฐานต่อพระผู้เป็นเจ้า ท่านจะทรงได้ยินเราไหม” วาเลนตินุสจึงตอบไปว่า “พระองค์เจ้าได้ยินเราทุกคนแน่นอน” จูเลียจึงกล่าวต่อว่า “ท่านทราบหรือไม่ ในทุก เช้าเย็น ข้าทูลอธิษฐานขออะไร….ข้าต้องการอยากจะมองเห็นโลกใบนี้ และเห็นทุก ๆอย่างที่ท่านเล่าให้ฟัง” วาเลนตินุสจึงตอบกลับไปว่า “พระเจ้าย่อมมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทุกคน แต่ต้องมีความเชื่อมั่นในพระองค์เท่านั้นเอง” ด้วยความเชื่อมั่นในพระผู้เป็นเจ้า จูเลียจึงนั่งคุกเข่าและกุมมืออธิษฐานขอพรไปพร้อมๆกับ วาเลนตินุส และเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น เมื่อจูเลียค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เธอก็สามารถมองเห็นได้ และเรื่องนี้ก็เป็นที่กล่าวถึงกันไปทั่วทั้งราชอาณาจักร

ก่อนที่วาเลนตินุสจะถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับสุดท้ายให้แก่จูเลีย ซึ่งลงท้ายจดหมายว่า “From Your Valentine” วาเลนตินุสเสียชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 และศพของวาเลนตินุสถูกเก็บไว้ในโบสถ์พราซีเดสที่กรุงโรม ใกล้หลุมศพนั้น จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอนด์สีชมพู เอาไว้เพื่อมอบแต่วาเลนตินุสผู้เป็นที่รัก จนทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูหรือ หรืออัลมอนด์สีชมพู จึงกลายเป็นตัวแทนแห่งความรักนิรันดร์และมิตรภาพอันแสนยาวนาน